INSIDE OUT มหัศจรรย์อารมณ์อลเวง
ภาพยนตร์เรื่อง Inside out มหัศจรรย์อารมณ์อลเวง
เป็นผลงานการกลับมากำกับอนิเมชั่นอีกครั้งของ พีท ด๊อกเตอร์
สุดยอดผู้กำกับที่เคยเรียกน้ำตาคนดูตั้งแต่ 10
นาทีของหนังได้อย่างอยู่หมัดมาแล้วใน คุณปู่ซ่าส์บ้าพลัง Up
Inside out มหัศจรรย์อารมณ์อลเวง
การเติบโตอาจไม่ใช่เรื่องง่าย และนั่นก็ไม่มีข้อยกเว้นสำหรับ "ไรลีย์"
ที่เติบโตขึ้นมาจากชีวิตแบบตะวันตกตอนกลาง
เมื่อพ่อของเธอต้องเริ่มงานใหม่ในซานฟรานซิสโก เช่นเดียวกับเราทุกคน
ไรลีย์ถูกชักนำด้วยอารมณ์ต่าง ๆ ของเธอ ความสุข , ความกลัว, ความโกรธ, ความน่ารังเกียจ และความเศร้า
อารมณ์ทั้งหมดอาศัยอยู่ในศูนย์บัญชาการใหญ่
ศูนย์ควบคุมกลางภายในจิตใจของไรลีย์
ที่ซึ่งพวกเขาคอยช่วยแนะนำเธอให้ผ่านชีวิตในแต่ละวันได้
เมื่อไรลีย์และเหล่าอารมณ์ของเธอต้องต่อสู้กับการปรับตัวเพื่อชีวิตใหม่ใน
ซานฟรานซิสโก ความโกลาหลจึงเกิดขึ้นในศูนย์บัญชาการใหญ่ ถึงแม้ว่าความสุข
อารมณ์หลัก
และอารมณ์ที่สำคัญที่สุดของไรลีย์พยายามที่จะทำทุกอย่างให้ดีขึ้น
ความขัดแย้งทางอารมณ์ก็ได้เกิดขึ้นต่อการที่จะใช้ชีวิตอยู่ในเมืองใหม่ บ้าน
และโรงเรียนให้ดีที่สุดได้อย่างไร
คุณเคยมองใครซักคนแล้วสงสัยหรือเปล่า ว่าอะไรกำลังเกิดขึ้นในหัวของเค้า ?
“Do you ever look at someone and wonder what is going on inside their head?”
ข้อคิดที่ได้จากการดูภาพยนตร์เรื่องนี้
การเปลี่ยนแปลงของชีวิตเป็นเรื่องธรรมชาติทุกชีวิตมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เปลี่ยนไปตามวัย ตามวัน เวลา และช่วงอายุเมื่อมีความสุข ก็ต้องมีความทุกข์ ชีวิตที่มีแต่ความรื่นรมย์อยู่ตลอดเวลานั้นไม่เคยมีอยู่จริง และไม่ว่าจะพยายามสักแค่ไหนเราก็ไม่อาจมีความสุขได้ ถ้าเราไม่ยอมปล่อยให้ Sadness และอารมณ์อื่นๆ ได้ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่ ‘ความสุขในภาพรวม’ ของคนเรา เกิดขึ้นจากการทำงานร่วมกันอย่างสมดุล ของอารมณ์หลายๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็น ความร่าเริง ความเศร้า ความโกรธ ความกลัว และ ความเกลียด ซึ่งต่างก็มีหน้าที่สำคัญของตัวเอง
หนังที่ดีมักจะช่วยให้เราได้มองเห็นแง่มุมใหม่ๆ ในชีวิต และ Inside Out ก็เป็นหนังอีกเรื่องที่เปิดให้เราได้เห็นมุมมอง ที่เราไม่ค่อยได้้้เห็นจากหนังเรื่องไหน ซึ่งก็คือมุมมองจากภายในหัวของเราเอง
ฉากที่ประทับใจในเรื่องนี้คือ ฉากสุดท้ายของเรื่องที่ Riley ได้กลับมาจากการพยายามหนีออกจากบ้าน Joy ยอมให้ Sadness
เป็นคนควบคุมการกระทำทั้งหมด รวมถึงการนำความทรงจำหลักขึ้นไปฉายอีกครั้ง
ความทรงจำหลักทั้งหมดที่เคยเป็นความทรงจำที่มีความสุข
บัดนี้ถูกย้อมให้เป็นความเศร้า ความคิดถึง ความคิดถึงบ้านเก่า
คิดถึงเพื่อนเก่า คิดถึงทีมเก่า คิดถึงโรงเรียนเก่า Riley
ร้องให้และระบายความในใจให้พ่อกับแม่ฟัง และขอร้องว่าจะว่าหนูเลย
สุดท้ายครอบครัวก็ได้กอดกันอย่างเข้าใจ และในตอนั้นเอง Sadness ได้จับมือ
Joyเพื่อให้มาควบคุมอารมณ์ของ Riley ด้วยกัน ในความเศร้า
มันก็ยังมีความสุขอยู่ด้วยใช่ไหม…. แม้ร้องให้อยู่ก็ยังยิ้มได้ใช่ไหม
น้ำตาแห่งความสุขของ Riley ไหลลง พร้อมกับ Core memory ได้ถูกสร้างขึ้น
ความทรงจำมีที่มีทองและสีน้ำเงินอย่างละครึ่ง
ความทรงจำที่มีทั้งความสุขและความเศร้า…
ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง
ทฤษฏีพัฒนาการเชาวน์ปัญญาของเพียเจต์
เพียเจต์เชื่อว่ามนุษย์เรามีแนวโน้มพื้นฐานที่ติดตัวมาตั้งแต่กำเนิด2 ชนิด คือ การจัดและรวบรวม(Organization) และการปรับตัว (adaptation) :ซึ้งภาพยนตร์เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับทฤษฏีนี้คือ ไรลีย์จะมีการปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงทางด้านอารมณ์ ความคิด อยู่ตลอดเวลา อารมณ์ความคิดของไรลีย์เปลี่ยนแปลงไปตามเหตุการณ์และสถานการณ์ที่พบ และจะมีการจัดการกับอารมณ์ตามคำแนะนำและคำปลอบโยนของคนใกล้ชิดเช่นพ่อ แม่หรือผู้ปกครอง
ทฤษฎีการเรียนรู้โดยการค้นพบของบรูเนอร์
บรูเนอร์เชื่อว่าการเรียนรู้จะเกิดขึ้นเมื่อผู้เรียน ได้มีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม ซึ้งนำไปสู่การค้นพบ และการแก้ปัญหา เรียกว่าการเรียนรู้โดยการค้นพบ(Discovery Approach) ซึ้งภาพยนตร์เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับทฤษฏีนี้คือ ไรลีย์จะแสดงการพัฒนาทางสมอง หรือทางปัญญาด้วยการกระทำ เช่นเมื่อเขามีอารมณ์โกรธก็จะส่งเสียงดัง และแสดงท่าทางที่ก้าวร้าวออกมา
ทฤษฎีการเรียนรู้อย่างมีความหมายของอองซูเบล
ออซูเบลได้ให้ความหมายการเรียนรู้อย่างมีความหมายว่าเป็นการเรียนที่ผู้เรียนได้รับมาจากการที่ ผู้สอนอธิบายสิ่งที่จะต้องเรียนรู้ให้ทราบและผู้เรียนรับฟังด้วยความเข้าใจ โดยผู้เรียนเห็นความสัมพันธ์ของสิ่งที่เรียนรู้ กับโครงสร้างทางปัญญาที่ได้เก็บไว้ในความทรงจำ ซึ่งภาพยนตร์ดรื่องนี้เกี่ยวข้องกับทฤษฎีนี้คือ ไรลีย์แสดงความโกรธและความไม่พอใจออกมาด้วยการส่งเสียงดังและแสดงสีหน้าไม่พอใจ แต่เมื่อเขาได้รับการตักเตือนจากพ่อและแม่ของเขา ไรลีย์ก็จะมีการจัดการกับอารมณ์ของตนเองและจดจำว่าสิ่งที่กระทำไปนั้นไม่ถูกต้อง ก็จะปรับเปลี่ยนนิสัยของตนเองใหม่